story-in-Mind

ฉันเคยไม่ดี
และเธอก็บอกว่า ฉันไม่เคยมีตรงไหนดี
เท่าที่เธอรู้ เห็น และเข้าใจ
ใช่ ทุกอย่างที่เป็นตัวฉันมันไม่ดี
แต่ก็ไม่รู้อะไรที่ทำให้เธอมาอยู่กับฉัน
ทั้งที่ก็พูดกรอกหูอยู่ทุกวันว่า ทนอยู่ อยู่เพื่อคนอื่นเท่านั้น
ในอดีต ฉันรู้ว่าฉันทำพลาด
พลาดมาก ๆ ด้วย ทั้งเรื่องเธอและเรื่องอื่น ๆ...
เรื่องบางเรื่องผิดพลาดมาก และมาก : ฉันเลวเอง
แต่บางเรื่องที่ไม่ว่าจะอธิบายยังไง
สิ่งที่ตอบกลับมาคือสายตาอันดูถูก
พร้อมกับคำพูดที่กระแทกจิตใจ คนคนหนึ่งได้อย่างมากมาย
เธอไม่เคยเชื่อฉัน และไม่เคยเชื่อจนวินาทีสุดท้าย
และคงจะไม่เชื่อจนวันสุดท้ายด้วย ฉันรู้จักเธอดี
แต่ก็แปลกอีก เชื่อมั้ย...
เธอไม่เคยพูดอะไรสักนิดเพื่อบ่งบอกถึงการให้กำลังใจ
ทีมี ก็เพียงคำตอกย้ำ ย้ำ และ ยังขุดเรื่องเลว ๆ ของฉันมาพูดทุกครั้งที่มีโอกาส...
ฉันก็ทนได้นะ เพื่อพวกเขา
ซึ่งจะเป็นกำลังแหล่งเดียวทดแทน ให้ใจฉัน ต้องดิ้นรน ต่อสู้ และให้คิดว่าต้องอยู่และสู้เพื่อใคร
คนเลว ๆ คนหนึ่ง และรู้ตัวเองเสมอว่าเลว และ ไม่ได้ดีอะไรเลย
เธอมักจะพูดเสมอว่า ถ้าย้อนเวลา หรือเลือกได้
เธอจะเลือกกลับไป กลับไปแก้ไขทุก ๆ อย่าง ที่เธอทำพลาด
และเรื่องแรก ก็คือ ฉัน
ฉัน ที่เธอเอง ก็เป็นคนเลือกในตอนแรก
แต่ก็นะ ฉันเอง อาจเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปตามกาลเวลา
ซึ่งฉันเองก็ไม่อาจรู้ตัวได้ ว่าเปลี่ยนหรือไม่
แต่ไม่ว่ายังไง ฉันก็เลือกเธอด้วยในตอนแรก
และตอนนี้ก็ยังเลือกเธออยู่
แม้ว่าในบางครั้งคนที่อยากย้อนเวลากลับไปเพื่อเลือกใหม่
อยากจะให้เป็นฉันเอง ซะด้วยซ้ำ
เลือกใหม่ เลือกให้เธอ เลือกจะเราไม่เลือกกันและกัน
เธอจะได้ไม่มีวันนี้ กับคนที่เธอเห็นมาตลอดว่าเลว
และเป็นการเลือกที่ผิด
เธอมักจะพูดกับคนอื่น ๆ เสมอ ๆ ว่าฉันมี คนอื่น
ใช่ แนวโน้มมันเป็นอย่างนั้น ฉันมีคนรู้จักเยอะ
แต่เธอไม่เคยเข้าใจในงานที่ฉันทำ
เธอไม่เคยรู้ว่างานที่ฉันทำนั้นมันต้องเจอกับใครบ้าง
อะไรบ้าง และอย่างไรบ้าง
ฉันเหนื่อย เหนื่อยที่จะต้องไปยุ่งกับเรื่องคนอื่น
บังคับคนอื่นให้รู้ ให้เรียน และยังต้องมาคอยอธิบายอะไร ต่อมิอะไรกับเธออีก
เธอฉลาด เธอรู้ทัน เธอคิดว่าอย่างนั้น
ที่รัก เธอฉลาด ฉลาดมาก มากจนเกินไป
มากจนไม่ได้เคยเฉลียวใจเลยว่า
คนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนของเธอนั้น รู้สึกอย่างไร
กับคำพูดต่าง ๆ และความฉลาดของเธอ
ใช่ ฉันเป็นผู้ชาย เลวด้วย เพราะฉนั้น
แนวโน้มมันเลยน่าจะง่าย
แต่ที่รัก คนเลว ๆ อย่างฉันมีจรรยาบรรณพอ
พอที่จะรู้ว่าอะไรทำได้ ทำไม่ได้
แถมยังมีเรื่องเลว ๆ เดิม ๆ ที่ยังลืมไม่ได้ติดหลังอยู่
แต่ก็ไม่แน่หรอก ที่รัก
สักวันฉันเองจะทำให้ฝันเธอเป็นจริงก็ได้ในสิ่งที่เธอยัดเยียดให้
จะได้ไม่ขาดทุน ที่โดนว่าและตราหน้าไว้ไง
จนถึงตอนนี้ ฉันยังมองไม่เห็นเลยว่า
วันหน้า หากฉันตกอับ และแย่ลง
เธอจะเห็นฉันเป็นตัวอะไร
ทั้ง ๆ ที่เห็นในวันนี้ ไม่ว่าฉันจะทำอะไร ทำเท่าไหร่
ก็ยังเป็นได้แค่ คนเลว ๆ อยู่เสมอ เท่านั้น สำหรับ เธอ

ในวันแต่งงานของผม ผมจูงมือภรรยาของผมในอ้อมแขน
รถแต่งงานจอดหน้าที่พักของเรา เพื่อนเจ้าบ่าวบอกผมว่า
ผมควรจะอุ้มเธอเข้าไปในบ้าน ดังนั้นผมจึงทำตาม
เธอเขินอายในอ้อมแขนผม
ผมช่างเป็นเจ้าบ่าวที่มีความสุขที่สุดในโลก...
นี่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วสิบปี... ในวันถัดๆ มาทุกอย่างก็เหมือนเดิม เรามีลูกด้วยกัน...ผมทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว... เมื่อเราเริ่มมีฐานะที่ดีขึ้น...ความห่างของเราก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน...
ทุก ๆเช้าเราออกจากบ้านไปด้วยกันแล้วก็ถึงบ้านเวลาเดียวกันลูกเราเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้านดูเหมือนความรักของเราช่างน่าอิจฉายิ่งนัก... แต่แล้วความสงบสุขก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมิได้คาดหมาย....
เจนเข้ามาในชีวิตของผม .... ผมยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน...เจนเข้ามาสวมกอดผมจากด้านหลัง.. หัวใจผมเต้นแรงด้วยความรัก...ที่นี่...เป็นอพาร์เมนท์ที่ผมซื้อให้เธอ...เธอบอกว่าคุณเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงทุกคนถวิลหา... คำพูดของเธอทำให้ผมนึกถึงภรรยาผม...ตอนที่เราแต่งงานกันใหม่ ๆ ..เธอบอกว่า วันที่คุณประสบความสำเร็จ ผู้ชายอย่างคุณจะมีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้ามาหา...
ผมเริ่มรู้สึกลังเล... ผมรู้ว่าผมกำลัง ทรยศภรรยาผม...
แต่ผมก็ได้ทำลงไปแล้ว.... ผมปลีกตัวออกจากเจน
วันนี้คุณไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เองแล้วกันน๊ะ ผมต้องเข้าออฟฟิศ
...
แน่นอน... เธอไม่ค่อยพอใจนัก เพราะผมสัญญากับเธอว่าเราจะไปด้วยกัน...
ในตอนนั้น...ความรู้สึกถึงการหย่าร้างเริ่มวิ่งเข้ามาในความคิดผม....ทั้งที่จริงๆ
แล้วผมไม่เคยมีความคิดนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
แต่ผมก็พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะบอกกับภรรยาของผม....
ไม่ว่าผมจะพูดกับเธอดีสักเพียงใด... เธอจะต้องเจ็บปวดใจอย่างแน่นอน...
จริง ๆ แล้วเธอเป็นภรรยาที่ดีมาก... ทุก ๆ เย็นเธอจะวุ่นวายกับการ
ทำอาหาร..ในขณะที่ผมนั่งอยู่หน้าทีวีทานอาหารเสร็จเราก็นั่งดูทีวีด้วยกัน... หรือ...ถ้าผมจะเลือกเป็น...นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์....มองเรือนร่างอันงดงามของเจน...ช่างเป็นอะไรที่หน้าฝันถึงเสียจริง
วันนึงผมพูดทีเล่นทีจริงกับภรรยาของผมว่าจะเธอจะทำยังงัยถ้าเราหย่ากัน...
เธอจ้องมองผมอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน...และเธอก็ไม่ได้ตอบว่าอะไร..เธอ มั่นใจว่าการหย่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวเธอมาก...ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าหากเธอรู้ว่าเรื่องที่ผมกำลังพูดอยู่นั้นเป็นเรื่องจริง...
เธอจะเป็นอย่างไรวันนึงภรรยาผมมาที่ออฟฟิศ...สวนทางกับเจนที่เพิ่งจะออกไปพอดี...
พนักงานทุกคนทำหน้าตาเลิกลัก...เหมือนกำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่างจากเธอ....
เธอเหมือนจะรับรู้มันได้... แต่เธอก็ยิ้มน้อย ๆ กับพนักงานทุกคน....แต่ผมก็สังเกตุเห็นแววตาที่เจ็บปวดของเธอภายใต้รอยยิ้มนั้น
ในที่สุด...เจนก็บอกกบผมว่า...หย่ากับเธอน๊ะ..แล้วเราอยู่ด้วยกัน..ผมพยักหน้า....
ผมจะลังเลอีกต่อไปไม่ได้อีกแล้ว....ผมตัดสินใจบอกภรรยาผมในอาหารค่ำ..ผมมีอะไรจะบอกคุณ...
เธอนั่งทานอาหารอย่าง เงียบๆ...ผมสังเกตุเห็นแววตาอันเจ็บปวดของเธอ...มันทำให้ผมพูดในสิ่งที่ผมต้องการพูดไม่ออก...แต่ท้ายที่สุดผมก็พูดออกไป...ผมต้องการหย่า...เธอดูไม่ตกใจกับสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดออกไปเลย...ผมย้ำกับ
เธออีกครั้ง...เธอเขวี้ยงตะเกียบในมือทิ้ง...แล้วตะโกนใส่หน้าผมว่า..คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย...เราไม่ได้คุยกันอีกเลยคืนนั้น... เธอร้องไห้ อย่างหนัก...ผมรู้ว่าเธออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตแต่งงาน
ของเรา...แต่ผมเองไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้...เป็นเพราะใจผมได้ให้เจนไปหมดแล้วงั้นเหรอ...ผมคงไม่สามารถบอกเธออย่างนั้นได้..มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก...
ผมร่างสัญญาการหย่าร้างขึ้น...ระบุว่า..เธอเป็นเจ้าของบ้าน...ทุก ๆ
อย่างในบ้าน ทั้งรถ... หุ้นบริษัท 30% ผมยกให้เธอหมด.... เธอเหลือบมองกระดาษที่
ผมร่างขึ้น...แล้วฉีกมันทิ้ง...มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น...ผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยมาเป็นระยะเวลาสิบปีกลายเป็นคนแปลกหน้ากันภายในหนึ่งวัน...ผมไม่สามารถคืนคำที่ผมพูดไปได้...เธอร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างที่สุด...สำหรับผมแล้ว...การ
ร้องไห้ของเธอเหมือนเป็นการปลดปล่ยยความสับสนของตัวผมเอง...หลังจากที่ผมกลุ้มใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม..ในที่สุด...มันก็เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริง ๆ เสียทีคืนนั้น...ผมกลับถึงบ้านค่อนข้างดึก...เห็นเธอเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะ..ผมหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเพลีย...ผมตื่นขึ้นมาอีกทีแล้วพบว่า...เธอเขียนเงื่อนไขการหย่าร้างว่าเธอไม่ต้องการสิ่งใดจากผม...แต่เธอต้องการให้ผมให้
เวลาเธอหนึ่งเดือนเพื่อตั้งตัวสำหรับการหย่า...และในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้นทุกอย่างต้องดำเนินไปตามปกติ...ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอต้องการให้ลูกจบการศึกษาซึ่งกำลังจะมาถึงเสียก่อน..เธอไม่อยากให้ลูกต้องเห็นความล้มเหลวในการแต่งงานของพ่อแม่ก่อนเวลานั้นจะ
มาถึง...รัชต์..คุณจำได้มั๊ย...วันที่เราแต่งงานกัน...คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดในวันที่เราเข้าเรือนหอ..ผมพยักหน้า..นั่นเป็นความทรง
จำที่ดีที่สุดของชั้น...ชั้นมีเรื่องขอร้อง...ชั้นอยากให้คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดจากห้องนอนไปถึงด้านล่างทุกวันนับจากวันนี้ไปจนถึงวันที่เราต้องแยกจากกันผมยอมรับด้วยความเต็มใจ...ผมรู้ดีว่า
เธอคิดถึงวันดี ๆ เหล่านั้น...และเธอต้องการให้ชีวิตการแต่งงานเธอจบลงด้วยความทรงจำที่ดี
ผมบอกเจนถึงเงื่อนไขที่ภรรยาผมตั้งขึ้นในการหย่าร้าง...เธอหัวเราะถึงความไร้สาระของเงือนไข....ภรรยาผมบอกกับผมว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม...เธอจะต้องยอมรับผลของการหย่าร้างให้ได้...คำพูดของเธอทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง....
เราไม่ได้ถูกต้องตัวกันเลยนับแต่วันที่ผมขอเธอหย่า...ความจริงเหมือนจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกันด้วยซ้ำไป...พอถึงวันที่ผมประคองเธอลงจากห้องวันแรก...มันจึงทำให้ผมทำตัวไม่ถูก...ลูกชายเราตบมือแล้วพูดด้วยความดีใจว่า ว้าว...วันนี้พ่ออุ้มแม่ลงจากห้องด้วย....มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น......เธอบอกว่าอย่าบอกลูกเราถึงเรื่องของเรา...ผมพยักหน้า...ด้วยความรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่ยม...ผมขับรถไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์..แล้วเลยไปออฟฟิศ
วันถัดมา...ความรู้สึกขัดเขินเริ่มน้อยลงไป...เธอซบบนอกผม...เราใกล้ชิดกันมากจนผมได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ...ผมถึงได้ตระหนักว่า....เธอไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไปแล้ว...เธอเริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้ามากขึ้น
ในวันที่สาม...เธอกระซิบบอกผมว่าสวนกำลังรื้ออยู่ให้เดินระวังด้วย...ในวันที่สี่...มันช่างเหมือนกับว่าเราเป็นคู่รักที่หวานชื่นมาก...ภาพของเจนเริ่มเลือนลางไป...วันที่ห้าและหก..เธอคอยเตือนผมในเรื่องเล็กๆน้อยๆ
เช่นเธอวางเตารีดไว้ที่ไหน..ผมควรจะระวังอะไรบ้างตอนทำอาหาร...และอื่น ๆ อีกมากมาย...ความสนิทสนมของเราเพิ่มมากขึ้นทุกที...ผมไม่ได้บอกเจนถึงเรื่องนี้เลย...
ผมรู้สึกว่าผมอุ้มเธอง่ายขึ้นทุกวันโดยไม่ได้สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอเลย...หรือบางทีคงเป็นเพราะผมแข็งแรงขึ้น...แต่แล้วผมก็พบว่ามันไม่ใช่อย่างที่ผมคิด...เป็นเพราะว่าเธอผอมลงจนไม่สามารถใส่เสื้อผ้าเดิมได้..นั่นต่างหากที่ทำให้ผมอุ้มเธอได้ง่ายขึ้นผมรู้ดีว่าเธอพยายามซ่อนความขมขื่นเอาไว้...ลูกของเราร้องขึ้นว่า
พ่อได้เวลาอุ้มแม่แล้วน๊ะ...สำหรับลูกแล้ว...การได้เห็นพ่ออุ้มแม่เป็น
ภาพที่เขามีความสุขที่สุด....เธอเอื้อมมือไปกอดลูกไว้แน่น...ผมทนมองภาพนั้นไม่ได้จริงๆ ผมกลัวว่าผมจะเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย
และแล้ววันสุดท้ายก็มาถึง....ผมอุ้มเธอไว้ในอ้อมกอด...เท้าผมแทบจะก้าวไม่ออก......เธอบอกกับผมว่า...ความจริงแล้ว...ชั้นอยากให้คุณอุ้มชั้นไปจนเราแก่เถ้า...ผมกอดเธอแน่น...และผมก็ตระหนักว่า..
ชีวิตคู่ของเราขาดการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน...ผมขึ้นรถทันทีเพื่อจะไปยังจุดหมายใหม่..ผมลังเลเล็กน้อย..แต่ในที่สุดแล้ว..ผมก็มาพบเจนจนได้....เธอเปิดประตูออก...ผมบอกเธอว่า
เจน..ผมขอโทษ... ผมจะไม่หย่า....เธอมองหน้าผม แตะหน้าผากผม..
คุณสบายดีหรือเปล่า
เจน...ผมขอโทษ...ผมขอโทษจริง ๆ...
ผมจะไม่หย่ากับภรรยาผม...ชีวิตการแต่งงานของเราน่าเบื่อมันเป็นเพราะผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อย...ผมขาดการเอาใจใส่ในตัวเธอ....มันไม่ได้
หมายความว่าเราไม่ได้รักกัน....ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว....ว่าตั้งแต่วันที่ผมอุ้มเธอเข้าบ้าน...เธอมีลูกให้ผม...ผมควรจะประคองเธอไปจนแก่...เจนตบหน้าผมอย่างแรงและกระแทกประตูใส่ผม....
ระหว่างทางกลับบ้านผมแวะร้านดอกไม้.... พนักงานขาย
ดอกไม้ถามว่าจะเขียนว่าอะไร....ผมให้เธอเขียนว่า...ผมจะอุ้มคุณทุกเช้าจนกว่าเราจะแก่...