story-in-Mind

เวลาไม่มี เงิน ..................  คนแรกที่คิดถึงคือ พ่อและ แม่  
แต่พอมีเงิน ...  
คนแรกที่คิดถึงคือแฟนและ เพื่อน  
อยากได้รถ ...  
คนแรกที่คิดถึงคือ พ่อและ แม่  
แต่พอมีรถ ...  
คนแรกที่จะไปรับคือแฟนและ เพื่อน  
ร้านอาหารหรู ๆ บรรยากาศคลาสสิ ค ...  
มีไว้สำหรับแฟนและเพื่อน  
อาหารบนโต๊ะที่บ้าน .  
มีสำหรับพ่อและแม่  
โรงหนัง ห้างสรรพ สินค้า ...  
มีไว้สำหรับแฟนและเพื่อน  
ทีวี และสวนหน้าบ้าน ...  
มีไว้สำหรับพ่อและแม่  
พ่อและแม่ คิดบั­ชีค่าใช้จ่ายก่อน นอน ...  
เพื่อความอยู่รอด  
ลูกนอนคุยโทรศัพท์ เล่นเนตก่อน นอน ...  
เพื่อให้หลับฝันดี  
เวลาเรามีความ สุข ................  
มักจะมองหาแฟนและเพื่อน  
เวลาเรามีความทุกข์ .  
คนที่กังวล หดหู่และเศร้าสลดใจ คือพ่อและ แม่  
เวลาประสบความสำเร็จ !..  
เรามักมองหาแฟนและเพื่อนเพื่อนัดฉลองและสัง สรร  
แต่คนที่ดีใจที่สุดคือพ่อและ แม่ ...  
แต่พ่อและแม่  
กลับกลายเป็นคนที่เรามองข้าม ไป  
ลูกไปรื่นเริงตามโรงหนัง  
เธค ผับ โต๊ะสนุ๊ก ฯลฯ ...  
พ่อและแม่กลับทำงาน หรือ  
นอนหลับเก็บแรงไว้ทำงานหาเงินในวันรุ่ง ขึ้น  
เพื่อแลกความสุขของลูก  
อยากให้ลูกเรียนสูง ๆ  
เวลาแต่งงาน ...  
คนที่เป็นธุระหาสินสอดทองหมั้นคือพ่อและ แม่  
คนที่มีความสุขคือลูก  
พ่อและแม่ตำหนิ ตักเตือน บาง ครั้ง  
เต็มไปด้วยอารมณ์ห่วงใย  
...........เพื่อให้ลูกได้ ดี  
แต่ลูกคิดว่าสิ่งที่ พ่อและแม่ พูด ...  
เป็นแค่เรื่องไร้สาระ  
พ่อและแม่ ...  
คือผู้ฝ่าฟันปั­หาเป็นร้อยพันประการเพื่อ ลูก  
แต่พอลูกมี ปั­หา ..................  
มักคิดได้แค่ ท้อถอย หดหู่หรืออยาก ตาย!!!!  
พ่อและแม่คือผู้ที่ปกป้อง  
และยืนเคียงข้างลูกจวบจนชีวิตจะหา ไม่  
ลูกกำลังคิดถึงสิ่งใด ... ???  
คำว่า   พ่อ  หรือ   แม่  
อาจเป็นคำแรกที่เราพูดได้ตั้งแต่ เกิด  
แล้วคุณเตรียมอะไรไว้  
เพื่อคุณพ่อคุณแม่ของคุณหรือ ยัง  
เค้าบอกว่า...ถ้าอ่านแล้วส่ง ต่อ  
ก็เท่ากับว่าได้ชี้นำให้ผู้อื่นที่อยู่ใกล้ ตัวคุณเห็นค่าของ  
ความรัก 



ฉันเคยไม่ดี
และเธอก็บอกว่า ฉันไม่เคยมีตรงไหนดี
เท่าที่เธอรู้ เห็น และเข้าใจ

ใช่ ทุกอย่างที่เป็นตัวฉันมันไม่ดี

แต่ก็ไม่รู้อะไรที่ทำให้เธอมาอยู่กับฉัน
ทั้งที่ก็พูดกรอกหูอยู่ทุกวันว่า ทนอยู่ อยู่เพื่อคนอื่นเท่านั้น

ในอดีต ฉันรู้ว่าฉันทำพลาด
พลาดมาก ๆ ด้วย ทั้งเรื่องเธอและเรื่องอื่น ๆ...
เรื่องบางเรื่องผิดพลาดมาก และมาก : ฉันเลวเอง
แต่บางเรื่องที่ไม่ว่าจะอธิบายยังไง
สิ่งที่ตอบกลับมาคือสายตาอันดูถูก
พร้อมกับคำพูดที่กระแทกจิตใจ คนคนหนึ่งได้อย่างมากมาย

เธอไม่เคยเชื่อฉัน และไม่เคยเชื่อจนวินาทีสุดท้าย
และคงจะไม่เชื่อจนวันสุดท้ายด้วย ฉันรู้จักเธอดี

แต่ก็แปลกอีก เชื่อมั้ย...
เธอไม่เคยพูดอะไรสักนิดเพื่อบ่งบอกถึงการให้กำลังใจ
ทีมี ก็เพียงคำตอกย้ำ ย้ำ และ ยังขุดเรื่องเลว ๆ ของฉันมาพูดทุกครั้งที่มีโอกาส...
ฉันก็ทนได้นะ เพื่อพวกเขา
ซึ่งจะเป็นกำลังแหล่งเดียวทดแทน ให้ใจฉัน ต้องดิ้นรน ต่อสู้ และให้คิดว่าต้องอยู่และสู้เพื่อใคร

คนเลว ๆ คนหนึ่ง และรู้ตัวเองเสมอว่าเลว และ ไม่ได้ดีอะไรเลย

เธอมักจะพูดเสมอว่า ถ้าย้อนเวลา หรือเลือกได้
เธอจะเลือกกลับไป กลับไปแก้ไขทุก ๆ อย่าง ที่เธอทำพลาด
และเรื่องแรก ก็คือ ฉัน

ฉัน ที่เธอเอง ก็เป็นคนเลือกในตอนแรก

แต่ก็นะ ฉันเอง อาจเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปตามกาลเวลา
ซึ่งฉันเองก็ไม่อาจรู้ตัวได้ ว่าเปลี่ยนหรือไม่
แต่ไม่ว่ายังไง ฉันก็เลือกเธอด้วยในตอนแรก
และตอนนี้ก็ยังเลือกเธออยู่

แม้ว่าในบางครั้งคนที่อยากย้อนเวลากลับไปเพื่อเลือกใหม่
อยากจะให้เป็นฉันเอง ซะด้วยซ้ำ
เลือกใหม่ เลือกให้เธอ เลือกจะเราไม่เลือกกันและกัน
เธอจะได้ไม่มีวันนี้ กับคนที่เธอเห็นมาตลอดว่าเลว
และเป็นการเลือกที่ผิด

เธอมักจะพูดกับคนอื่น ๆ เสมอ ๆ ว่าฉันมี คนอื่น

ใช่ แนวโน้มมันเป็นอย่างนั้น ฉันมีคนรู้จักเยอะ
แต่เธอไม่เคยเข้าใจในงานที่ฉันทำ
เธอไม่เคยรู้ว่างานที่ฉันทำนั้นมันต้องเจอกับใครบ้าง
อะไรบ้าง และอย่างไรบ้าง
ฉันเหนื่อย เหนื่อยที่จะต้องไปยุ่งกับเรื่องคนอื่น
บังคับคนอื่นให้รู้ ให้เรียน และยังต้องมาคอยอธิบายอะไร ต่อมิอะไรกับเธออีก

เธอฉลาด เธอรู้ทัน เธอคิดว่าอย่างนั้น
ที่รัก เธอฉลาด ฉลาดมาก มากจนเกินไป
มากจนไม่ได้เคยเฉลียวใจเลยว่า
คนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนของเธอนั้น รู้สึกอย่างไร
กับคำพูดต่าง ๆ และความฉลาดของเธอ

ใช่ ฉันเป็นผู้ชาย เลวด้วย เพราะฉนั้น
แนวโน้มมันเลยน่าจะง่าย
แต่ที่รัก คนเลว ๆ อย่างฉันมีจรรยาบรรณพอ
พอที่จะรู้ว่าอะไรทำได้ ทำไม่ได้
แถมยังมีเรื่องเลว ๆ เดิม ๆ ที่ยังลืมไม่ได้ติดหลังอยู่

แต่ก็ไม่แน่หรอก ที่รัก
สักวันฉันเองจะทำให้ฝันเธอเป็นจริงก็ได้ในสิ่งที่เธอยัดเยียดให้
จะได้ไม่ขาดทุน ที่โดนว่าและตราหน้าไว้ไง

จนถึงตอนนี้ ฉันยังมองไม่เห็นเลยว่า
วันหน้า หากฉันตกอับ และแย่ลง
เธอจะเห็นฉันเป็นตัวอะไร
ทั้ง ๆ ที่เห็นในวันนี้ ไม่ว่าฉันจะทำอะไร ทำเท่าไหร่
ก็ยังเป็นได้แค่ คนเลว ๆ อยู่เสมอ เท่านั้น สำหรับ เธอ

ในวันแต่งงานของผม ผมจูงมือภรรยาของผมในอ้อมแขน
รถแต่งงานจอดหน้าที่พักของเรา เพื่อนเจ้าบ่าวบอกผมว่า
ผมควรจะอุ้มเธอเข้าไปในบ้าน ดังนั้นผมจึงทำตาม
เธอเขินอายในอ้อมแขนผม

ผมช่างเป็นเจ้าบ่าวที่มีความสุขที่สุดในโลก...
นี่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วสิบปี... ในวันถัดๆ มาทุกอย่างก็เหมือนเดิม เรามีลูกด้วยกัน...ผมทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว... เมื่อเราเริ่มมีฐานะที่ดีขึ้น...ความห่างของเราก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน...

ทุก ๆเช้าเราออกจากบ้านไปด้วยกันแล้วก็ถึงบ้านเวลาเดียวกันลูกเราเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้านดูเหมือนความรักของเราช่างน่าอิจฉายิ่งนัก... แต่แล้วความสงบสุขก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมิได้คาดหมาย....

เจนเข้ามาในชีวิตของผม .... ผมยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน...เจนเข้ามาสวมกอดผมจากด้านหลัง.. หัวใจผมเต้นแรงด้วยความรัก...ที่นี่...เป็นอพาร์เมนท์ที่ผมซื้อให้เธอ...เธอบอกว่าคุณเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงทุกคนถวิลหา... คำพูดของเธอทำให้ผมนึกถึงภรรยาผม...ตอนที่เราแต่งงานกันใหม่ ๆ ..เธอบอกว่า วันที่คุณประสบความสำเร็จ ผู้ชายอย่างคุณจะมีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้ามาหา...
ผมเริ่มรู้สึกลังเล... ผมรู้ว่าผมกำลัง ทรยศภรรยาผม...
แต่ผมก็ได้ทำลงไปแล้ว.... ผมปลีกตัวออกจากเจน

วันนี้คุณไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เองแล้วกันน๊ะ ผมต้องเข้าออฟฟิศ
...
แน่นอน... เธอไม่ค่อยพอใจนัก เพราะผมสัญญากับเธอว่าเราจะไปด้วยกัน...
ในตอนนั้น...ความรู้สึกถึงการหย่าร้างเริ่มวิ่งเข้ามาในความคิดผม....ทั้งที่จริงๆ
แล้วผมไม่เคยมีความคิดนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว


แต่ผมก็พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะบอกกับภรรยาของผม....
ไม่ว่าผมจะพูดกับเธอดีสักเพียงใด... เธอจะต้องเจ็บปวดใจอย่างแน่นอน...
จริง ๆ แล้วเธอเป็นภรรยาที่ดีมาก... ทุก ๆ เย็นเธอจะวุ่นวายกับการ

ทำอาหาร..ในขณะที่ผมนั่งอยู่หน้าทีวีทานอาหารเสร็จเราก็นั่งดูทีวีด้วยกัน... หรือ...ถ้าผมจะเลือกเป็น...นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์....มองเรือนร่างอันงดงามของเจน...ช่างเป็นอะไรที่หน้าฝันถึงเสียจริง


วันนึงผมพูดทีเล่นทีจริงกับภรรยาของผมว่าจะเธอจะทำยังงัยถ้าเราหย่ากัน...
เธอจ้องมองผมอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน...และเธอก็ไม่ได้ตอบว่าอะไร..เธอ มั่นใจว่าการหย่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวเธอมาก...ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าหากเธอรู้ว่าเรื่องที่ผมกำลังพูดอยู่นั้นเป็นเรื่องจริง...
เธอจะเป็นอย่างไรวันนึงภรรยาผมมาที่ออฟฟิศ...สวนทางกับเจนที่เพิ่งจะออกไปพอดี...
พนักงานทุกคนทำหน้าตาเลิกลัก...เหมือนกำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่างจากเธอ....
เธอเหมือนจะรับรู้มันได้... แต่เธอก็ยิ้มน้อย ๆ กับพนักงานทุกคน....แต่ผมก็สังเกตุเห็นแววตาที่เจ็บปวดของเธอภายใต้รอยยิ้มนั้น



ในที่สุด...เจนก็บอกกบผมว่า...หย่ากับเธอน๊ะ..แล้วเราอยู่ด้วยกัน..ผมพยักหน้า....
ผมจะลังเลอีกต่อไปไม่ได้อีกแล้ว....ผมตัดสินใจบอกภรรยาผมในอาหารค่ำ..ผมมีอะไรจะบอกคุณ...
เธอนั่งทานอาหารอย่าง เงียบๆ...ผมสังเกตุเห็นแววตาอันเจ็บปวดของเธอ...มันทำให้ผมพูดในสิ่งที่ผมต้องการพูดไม่ออก...แต่ท้ายที่สุดผมก็พูดออกไป...ผมต้องการหย่า...เธอดูไม่ตกใจกับสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดออกไปเลย...ผมย้ำกับ

เธออีกครั้ง...เธอเขวี้ยงตะเกียบในมือทิ้ง...แล้วตะโกนใส่หน้าผมว่า..คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย...เราไม่ได้คุยกันอีกเลยคืนนั้น... เธอร้องไห้ อย่างหนัก...ผมรู้ว่าเธออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตแต่งงาน

ของเรา...แต่ผมเองไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้...เป็นเพราะใจผมได้ให้เจนไปหมดแล้วงั้นเหรอ...ผมคงไม่สามารถบอกเธออย่างนั้นได้..มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก...

ผมร่างสัญญาการหย่าร้างขึ้น...ระบุว่า..เธอเป็นเจ้าของบ้าน...ทุก ๆ
อย่างในบ้าน ทั้งรถ... หุ้นบริษัท 30% ผมยกให้เธอหมด.... เธอเหลือบมองกระดาษที่
ผมร่างขึ้น...แล้วฉีกมันทิ้ง...มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น...ผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยมาเป็นระยะเวลาสิบปีกลายเป็นคนแปลกหน้ากันภายในหนึ่งวัน...ผมไม่สามารถคืนคำที่ผมพูดไปได้...เธอร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างที่สุด...สำหรับผมแล้ว...การ

ร้องไห้ของเธอเหมือนเป็นการปลดปล่ยยความสับสนของตัวผมเอง...หลังจากที่ผมกลุ้มใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม..ในที่สุด...มันก็เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริง ๆ เสียทีคืนนั้น...ผมกลับถึงบ้านค่อนข้างดึก...เห็นเธอเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะ..ผมหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเพลีย...ผมตื่นขึ้นมาอีกทีแล้วพบว่า...เธอเขียนเงื่อนไขการหย่าร้างว่าเธอไม่ต้องการสิ่งใดจากผม...แต่เธอต้องการให้ผมให้

เวลาเธอหนึ่งเดือนเพื่อตั้งตัวสำหรับการหย่า...และในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้นทุกอย่างต้องดำเนินไปตามปกติ...ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอต้องการให้ลูกจบการศึกษาซึ่งกำลังจะมาถึงเสียก่อน..เธอไม่อยากให้ลูกต้องเห็นความล้มเหลวในการแต่งงานของพ่อแม่ก่อนเวลานั้นจะ


มาถึง...รัชต์..คุณจำได้มั๊ย...วันที่เราแต่งงานกัน...คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดในวันที่เราเข้าเรือนหอ..ผมพยักหน้า..นั่นเป็นความทรง

จำที่ดีที่สุดของชั้น...ชั้นมีเรื่องขอร้อง...ชั้นอยากให้คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดจากห้องนอนไปถึงด้านล่างทุกวันนับจากวันนี้ไปจนถึงวันที่เราต้องแยกจากกันผมยอมรับด้วยความเต็มใจ...ผมรู้ดีว่า
เธอคิดถึงวันดี ๆ เหล่านั้น...และเธอต้องการให้ชีวิตการแต่งงานเธอจบลงด้วยความทรงจำที่ดี


ผมบอกเจนถึงเงื่อนไขที่ภรรยาผมตั้งขึ้นในการหย่าร้าง...เธอหัวเราะถึงความไร้สาระของเงือนไข....ภรรยาผมบอกกับผมว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม...เธอจะต้องยอมรับผลของการหย่าร้างให้ได้...คำพูดของเธอทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง....

เราไม่ได้ถูกต้องตัวกันเลยนับแต่วันที่ผมขอเธอหย่า...ความจริงเหมือนจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกันด้วยซ้ำไป...พอถึงวันที่ผมประคองเธอลงจากห้องวันแรก...มันจึงทำให้ผมทำตัวไม่ถูก...ลูกชายเราตบมือแล้วพูดด้วยความดีใจว่า ว้าว...วันนี้พ่ออุ้มแม่ลงจากห้องด้วย....มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น......เธอบอกว่าอย่าบอกลูกเราถึงเรื่องของเรา...ผมพยักหน้า...ด้วยความรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่ยม...ผมขับรถไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์..แล้วเลยไปออฟฟิศ


วันถัดมา...ความรู้สึกขัดเขินเริ่มน้อยลงไป...เธอซบบนอกผม...เราใกล้ชิดกันมากจนผมได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ...ผมถึงได้ตระหนักว่า....เธอไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไปแล้ว...เธอเริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้ามากขึ้น

ในวันที่สาม...เธอกระซิบบอกผมว่าสวนกำลังรื้ออยู่ให้เดินระวังด้วย...ในวันที่สี่...มันช่างเหมือนกับว่าเราเป็นคู่รักที่หวานชื่นมาก...ภาพของเจนเริ่มเลือนลางไป...วันที่ห้าและหก..เธอคอยเตือนผมในเรื่องเล็กๆน้อยๆ
เช่นเธอวางเตารีดไว้ที่ไหน..ผมควรจะระวังอะไรบ้างตอนทำอาหาร...และอื่น ๆ อีกมากมาย...ความสนิทสนมของเราเพิ่มมากขึ้นทุกที...ผมไม่ได้บอกเจนถึงเรื่องนี้เลย...

ผมรู้สึกว่าผมอุ้มเธอง่ายขึ้นทุกวันโดยไม่ได้สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอเลย...หรือบางทีคงเป็นเพราะผมแข็งแรงขึ้น...แต่แล้วผมก็พบว่ามันไม่ใช่อย่างที่ผมคิด...เป็นเพราะว่าเธอผอมลงจนไม่สามารถใส่เสื้อผ้าเดิมได้..นั่นต่างหากที่ทำให้ผมอุ้มเธอได้ง่ายขึ้นผมรู้ดีว่าเธอพยายามซ่อนความขมขื่นเอาไว้...ลูกของเราร้องขึ้นว่า

พ่อได้เวลาอุ้มแม่แล้วน๊ะ...สำหรับลูกแล้ว...การได้เห็นพ่ออุ้มแม่เป็น

ภาพที่เขามีความสุขที่สุด....เธอเอื้อมมือไปกอดลูกไว้แน่น...ผมทนมองภาพนั้นไม่ได้จริงๆ ผมกลัวว่าผมจะเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย

และแล้ววันสุดท้ายก็มาถึง....ผมอุ้มเธอไว้ในอ้อมกอด...เท้าผมแทบจะก้าวไม่ออก......เธอบอกกับผมว่า...ความจริงแล้ว...ชั้นอยากให้คุณอุ้มชั้นไปจนเราแก่เถ้า...ผมกอดเธอแน่น...และผมก็ตระหนักว่า..

ชีวิตคู่ของเราขาดการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน...ผมขึ้นรถทันทีเพื่อจะไปยังจุดหมายใหม่..ผมลังเลเล็กน้อย..แต่ในที่สุดแล้ว..ผมก็มาพบเจนจนได้....เธอเปิดประตูออก...ผมบอกเธอว่า
เจน..ผมขอโทษ... ผมจะไม่หย่า....เธอมองหน้าผม แตะหน้าผากผม..

คุณสบายดีหรือเปล่า
เจน...ผมขอโทษ...ผมขอโทษจริง ๆ...
ผมจะไม่หย่ากับภรรยาผม...ชีวิตการแต่งงานของเราน่าเบื่อมันเป็นเพราะผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อย...ผมขาดการเอาใจใส่ในตัวเธอ....มันไม่ได้
หมายความว่าเราไม่ได้รักกัน....ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว....ว่าตั้งแต่วันที่ผมอุ้มเธอเข้าบ้าน...เธอมีลูกให้ผม...ผมควรจะประคองเธอไปจนแก่...เจนตบหน้าผมอย่างแรงและกระแทกประตูใส่ผม....

ระหว่างทางกลับบ้านผมแวะร้านดอกไม้.... พนักงานขาย
ดอกไม้ถามว่าจะเขียนว่าอะไร....ผมให้เธอเขียนว่า...ผมจะอุ้มคุณทุกเช้าจนกว่าเราจะแก่...